คู่มือเที่ยวท่าเทียบคลื่นจูมุนจิน (Jumunjin Breakwater): ตามรอยฉากพบกันริมทะเลสุดคลาสสิกจาก Goblin
ถ้าคุณอยากไปยังสถานที่ที่ฝากภาพโรแมนติกระดับตำนานไว้ในประวัติศาสตร์ซีรีส์เกาหลี ท่าเทียบคลื่นจูมุนจินและบริเวณหาดยองจินในเมืองคังนึง จังหวัดคังวอนโด คือจุดหมายที่ต้องไปสักครั้ง ที่นี่คือโลเคชันหลักของ Goblin ซีรีส์แฟนตาซีโรแมนติกปี 2016 ที่นำแสดงโดยกงยูและคิมโกอึน และเคยทำเรตติ้งสูงสุดถึง 20.5% พร้อมสร้างกระแสไปทั่วเอเชีย
แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว สถานที่นี้ก็ยังมีแฟนซีรีส์จากหลายประเทศแวะมาไม่ขาดสาย หลายคนยอมต่อคิวกลางลมหรือแม้แต่ในวันที่คลื่นแรง เพื่อจะได้ภาพถ่ายที่มีอารมณ์ใกล้เคียงกับฉากในเรื่องที่สุด จุดแข็งของที่นี่คือการรวมความดิบของทะเลตะวันออกเข้ากับบรรยากาศโรแมนติกเหนือจริงของ K-drama ได้อย่างลงตัวมาก
มนตร์เสน่ห์ของฉากผ้าพันคอสีแดงและดอกบักวีตที่คนดูไม่มีวันลืม
บนท่าเทียบคลื่นแคบๆ แห่งนี้เอง คือจุดที่ตัวเอกผู้เป็นก็อบลินผู้โดดเดี่ยวกับเจ้าสาวของเขาได้พบกันอย่างปาฏิหาริย์ท่ามกลางสายฝนในเรื่อง ภาพคลื่นสีขาวที่ซัดกระแทกแนวคอนกรีตยาวตรงออกไปสู่ทะเล ทำหน้าที่เล่าอารมณ์ของชะตากรรมอันใหญ่โตและโดดเดี่ยวของตัวละครได้อย่างทรงพลังมากกว่าคำพูดใดๆ
สิ่งที่ทำให้จูมุนจินยังคงมีเสน่ห์ไม่เสื่อม คือการที่สถานที่จริงยังรักษาอารมณ์เหงา สวย และลึกลับแบบในละครไว้ได้ดี ไม่ว่าคุณจะเคยมาที่นี่เพราะซีรีส์หรือเพราะอยากเห็นทะเลฝั่งตะวันออกของเกาหลีด้วยตาตัวเอง จุดนี้ก็ยังให้ความรู้สึกพิเศษคล้ายเดิม โดยเฉพาะเมื่อยืนมองลมแรงและคลื่นที่ม้วนเข้าหาฝั่งแบบไม่หยุด
เส้นทางเที่ยวที่แนะนำสำหรับคนอยากได้ทั้งรูปสวยและบรรยากาศทะเล
นอกจากมาถ่ายภาพตามรอยซีรีส์แล้ว พื้นที่รอบๆ ยังเหมาะกับการเดินเล่น พักคาเฟ่ และต่อทริปกินของอร่อยแบบเมืองชายทะเลได้อย่างครบถ้วน
ถ่ายรูปบนท่าเทียบคลื่นด้วยพร็อพง่ายๆ ให้ได้ฟีลแบบในเรื่อง
ลองยืนที่ปลายท่าแล้วหันหน้าออกทะเล จากนั้นใช้ผ้าพันคอสีแดงสด ช่อดอกไม้เล็กๆ หรือร่มใสเป็นพร็อพประกอบ ภาพที่ได้จะช่วยดึงอารมณ์ฉากดังจากเรื่องออกมาได้ชัดมาก ทะเลสีฟ้าในวันอากาศเปิดก็ดูสวยสะอาด แต่ถ้าฟ้าเทาและคลื่นแรง บรรยากาศจะยิ่งใกล้เคียงกับโทนลึกลับเศร้าแบบ Goblin มากขึ้นอีก
เดินเล่นหาดยองจินแล้วพักคาเฟ่วิวทะเลแบบไม่ต้องรีบ
หลังถ่ายรูปเสร็จ อย่าเพิ่งรีบกลับ เพราะหาดยองจินที่อยู่ติดกันเหมาะกับการเดินต่อแบบสบายๆ ชายหาดทอดยาวและมีคาเฟ่วิวทะเลหลายร้านเรียงอยู่ตามแนวชายฝั่ง คุณสามารถแวะดื่มกาแฟอุ่นๆ หรือกินของหวานพร้อมดูทะเลตะวันออกผ่านกระจกบานใหญ่ เป็นช่วงพักที่ช่วยให้ทริปมีมิติ ไม่ใช่แค่ไปยืนถ่ายรูปแล้วจบ
ต่อทริปกินของดังของคังนึงให้ครบทั้งวิวและรสชาติ
คังนึงขึ้นชื่อเรื่องกาแฟ อาหารทะเล และเมนูเต้าหู้อ่อนแบบท้องถิ่น หลังจากจบทริปทะเลแล้ว สามารถเข้าเมืองต่อเพื่อไปลอง คโยดงจัมปง ซุปเส้นรสเผ็ดเข้มที่มีอาหารทะเลแน่นๆ หรือแวะหมู่บ้านโชดังซุนดูบูเพื่อชิมเต้าหู้อ่อนและไอศกรีมซุนดูบูรสละมุนได้ ถือเป็นการปิดวันเที่ยวที่ครบรสทั้งภาพและอาหาร
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทาง
บริเวณท่าเทียบคลื่นค่อนข้างแคบ และทั้งสองฝั่งติดทะเลโดยตรง จึงต้องระวังเรื่องความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ หากมีประกาศเตือนคลื่นลมหรือวันนั้นทะเลแรงมาก น้ำทะเลอาจซัดขึ้นมาถึงทางเดิน และบางช่วงอาจมีการจำกัดการเข้าใกล้ จึงควรเช็กสภาพอากาศก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
อีกเรื่องที่ต้องเผื่อใจคือคิวถ่ายรูป ในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่นี่อาจมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากหลายประเทศ ทำให้ต้องรอจังหวะถ่ายภาพพอสมควร หากอยากได้บรรยากาศสงบและรูปที่มีคนน้อยกว่าเดิม แนะนำให้ไปช่วงเช้าตรู่หรือสายๆ ก่อนคนจะเริ่มหนาแน่น
สรุปสั้นๆ ก่อนวางแผนไป
- ที่นี่คือโลเคชันหลักของ Goblin ซีรีส์ดังที่สร้างกระแสไปทั่วเอเชียและมีเรตติ้งสูงสุด 20.5%
- จุดเด่นคือท่าเทียบคลื่นยาวที่ยื่นออกไปในทะเลตะวันออก และให้ภาพโรแมนติกแบบเหงาๆ ไม่เหมือนที่อื่น
- ถ้าเตรียมผ้าพันคอสีแดง ร่ม หรือช่อดอกไม้ไปด้วย จะช่วยให้ภาพตามรอยซีรีส์ดูสมบูรณ์ขึ้นมาก
- สามารถเดินต่อที่หาดยองจิน แวะคาเฟ่วิวทะเล และต่อทริปกินของดังของคังนึงได้แบบครบวัน
- วันคลื่นแรงควรระวังเป็นพิเศษ และถ้าอยากเลี่ยงคิวยาวควรไปตั้งแต่เช้า